บล็อก
งานอีเวนต์แบบออฟไลน์

10 เรื่องชวนคิดเพื่อเตรียมงานอีเวนต์ พร้อมแนะนำ Event Technology ที่เหมาะสม

การจัดงานอีเวนต์แบบออนไซต์ในยุคปัจจุบันไม่ใช่แค่การนำสิ่งต่างๆ มากองรวมกันในสถานที่จัดงานอีกต่อไปแล้ว แต่ยังรวมถึงการเลือกใช้ event technology หรือเทคโนโลยีสำหรับงานอีเวนต์ที่เหมาะสม เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นออร์แกไนเซอร์ ทีมงาน หรือผู้ร่วมงานก็ตาม

ในยุคที่ผู้เข้าร่วมงานคาดหวังความราบรื่นตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าประตูงาน การมีซอฟต์แวร์จัดงานอีเวนต์ที่ดีจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็น ระบบลงทะเบียนงานอีเวนต์ ออนไลน์ล่วงหน้า ระบบเช็กอินหน้างานแบบ QR Code หรือ RFID ไปจนถึงเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลหลังงานจบ

บทความนี้จะพาคุณผ่านทุกขั้นตอนของการจัดงานอีเวนต์แบบออนไซต์ พร้อมแนะนำ event technology ที่เหมาะสมในแต่ละช่วง ถ้าพร้อมแล้วเลื่อนลงไปอ่านต่อได้เลยค่ะ

คลิกเพื่อข้ามไปอ่านแต่ละช่วง:

ก่อนงานเริ่ม: การลงทะเบียนและ PR

1. เว็บไซต์/ระบบลงทะเบียน/อีเมล

ช่วงเตรียมงานอีเวนต์มีสิ่งที่ต้องทำเยอะพอตัว อย่างแรกคือเว็บไซต์ซึ่งเปรียบเสมือนสถานที่สำหรับใส่รายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับงานลงไป รวมถึงใช้เป็นแพลตฟอร์มในการลงทะเบียนเข้างานล่วงหน้า เพื่อที่คุณและผู้ร่วมงานจะได้สามารถติดต่อกันได้ ไม่ว่าจะผ่านการส่งอีเมล SMS หรือช่องทางการติดต่ออื่นๆ ที่ผู้สมัครระบุไว้

2. ฟีเจอร์อื่นๆ

ถ้างานของคุณไม่ได้จัดคู่ไปกับงานออนไลน์ (หรือที่เรียกว่าไฮบริด) แค่เว็บไซต์ที่สามารถให้ข้อมูลได้ กับระบบลงทะเบียนก็น่าจะเพียงพอแล้ว ที่เหลือนอกจากนี้เป็นส่วนขยายที่จะมีหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ เช่น ถ้างานมีการจำหน่ายบัตรด้วย ก็ควรจะเชื่อมต่อเว็บไซต์เข้ากับบริการ payment gateway และขายบัตรโดยตรงจากเว็บของคุณเองไปเลย ไม่จำเป็นต้องฝากขายกับแพลตฟอร์มภายนอกเหมือนที่ผ่านมา หรือจะใส่ฟีเจอร์อย่างแบบสอบถามออนไลน์เข้าไป เพื่อช่วยในการทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงานทั้งในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังจัดงานด้วยก็ได้ หากคุณต้องการจะรับรู้สิ่งที่พวกเขาคิดอยู่ในใจโดยตรง

3. แอปพลิเคชันงานอีเวนต์

ปัจจุบันแอปพลิเคชันงานอีเวนต์ไม่ได้เป็นแค่ของแถมสำหรับงานใหญ่อีกต่อไปแล้ว หลายองค์กรเริ่มนำมาใช้กับงานสัมมนาภายในและงานระดับกลางมากขึ้น เพราะช่วยรวม agenda, ระบบเช็กอิน, แผนที่งาน และช่องทางสื่อสารระหว่างผู้ร่วมงานไว้ในที่เดียว ลดการพิมพ์เอกสาร และสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยให้กับงานของคุณได้อย่างชัดเจน

4. Data Management

ถ้าอินเทอร์เน็ตของคุณดีพอ การเชื่อมต่ออุปกรณ์ลงทะเบียนหน้างานกับฐานข้อมูลออนไลน์ก็ดูจะเป็นวิธีที่เข้าท่าที่สุดแล้ว แต่ถ้าไม่ การเตรียมข้อมูลเหล่านี้ไว้ในรูปแบบออฟไลน์พร้อมใช้ก็เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับวันงานที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน แต่ข้อเสียก็คืองานพวกนี้ต้องทำเองแบบแมนนวลเท่านั้น อย่าลืมเช็กให้ดีว่าอุปกรณ์เช็กอินเข้างานที่เตรียมไป พร้อมใช้เมื่อติดตั้งที่เคาเตอร์หน้างานเมื่อเวลามาถึง

✨ เทรนด์ใหม่: AI ช่วยงานอีเวนต์

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุดในวงการ event technology ช่วงปี 2024–2025 คือการเข้ามาของ AI ในกระบวนการจัดงาน ตั้งแต่การใช้ AI ช่วยตอบคำถามผู้ร่วมงานแบบอัตโนมัติผ่าน Chatbot ไปจนถึงการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้เข้าร่วมงานแบบ real-time เพื่อให้ออร์แกไนเซอร์ตัดสินใจได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ระบบ Business Matching อัจฉริยะ ที่ใช้ AI จับคู่ผู้ร่วมงานตามความสนใจและเป้าหมายธุรกิจ ก็กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในงานประชุมและงาน B2B โดยเฉพาะ เพราะช่วยสร้างมูลค่าให้กับผู้เข้าร่วมงานได้มากกว่าการ networking แบบเดิมๆ อย่างมีนัยสำคัญ

วันงาน: ทำให้แน่ใจว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น

5. เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

สิ่งที่ยากที่สุดของวันงานแตกต่างจากการเตรียมงานพอสมควร เพราะหนักไปการเฝ้าระวังเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น ถ้าอุปกรณ์อย่าง iPad สำหรับเช็กอิน เครื่องปรินต์ป้ายห้อยคอทำงานได้ปกติ ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าระบบถามตอบ Q&A ไม่ทำงานหลังจากที่บนเวทีพูดจบแล้ว ก็อาจจะเป็นปัญหาขึ้นมาได้

6. เทรนสตาฟให้แม่น

จากประสบการณ์ของเรา ความผิดพลาดในวันงานอีเวนต์มาจากการสื่อสารที่ไม่ครบถ้วนเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นการเทรนทีมงานของคุณจึงเป็นเรื่องสำคัญมากอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ เรื่องแรกคือการใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกในงานให้เป็นก่อน ไม่ว่าจะเป็นระบบเช็กอินหรือฟีเจอร์อื่นๆ ก็ตาม และถ้าไม่ต้องการให้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นที่หน้างาน หากมีเวลาเราแนะนำให้ทำคู่มือการใช้งานติดไว้กับตัวอุปกรณ์ด้วยแบบเหลือดีกว่าขาด นอกจากนี้ก็เป็นเรื่องของระเบียบการทำงานเป็นส่วนใหญ่ ว่าหากเกิดอะไรขึ้นแต่ละคนต้องจัดการยังไง ติดต่อใคร หัวหน้างานต้องทำให้เรามั่นใจได้ว่าทุกคนพร้อมทำงานแล้ว

7. อย่าลืมเตรียม Tech Support

การมีฝ่ายเทคนิคอยู่ด้วยที่หน้างานก็เป็นเรื่องจำเป็นไม่น้อยทีเดียว เพราะเราไม่สามารถคาดหวังให้สตาฟที่ดูแลจัดการเรื่องทั่วๆ ไปมาแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิคให้เราได้ หลายครั้งเราจะเห็นว่าผู้จัดงานไม่ได้เตรียมพร้อมในส่วนนี้เพราะคิดว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งก็อาจจะดีไปหากไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่หน้างาน แต่การตัดสินใจแบบนี้ก็ถือเป็นการลองเสี่ยงรูปแบบหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งอาจจะทำให้คุณต้องเสียหายมากกว่าการลงทุนเตรียมพร้อมรับมือไว้ตั้งแต่แรกก็เป็นได้

8. เทสต์แล้วก็เทสต์อีก

เช็กให้แน่ใจว่าเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของระบบลงทะเบียน (และฟีเจอร์อื่นๆ)​สามารถรับมือผู้คนในเวลาพร้อมๆ กันได้ตามที่คาดการณ์ไว้ ตรงนี้อาจจะต้องมีการพูดคุยเกี่ยวกับจำนวนผู้ร่วมงานคร่าวๆ กับทางลูกค้าเพื่อเอาจำนวนตรงนี้มาทำ Stress Test ซักสองสามครั้งให้แน่ใจว่าสุดท้ายระบบจะไม่ไปพังที่หน้างาน

นอกจาก Stress Test แล้ว อย่าลืมทดสอบการทำงานข้ามอุปกรณ์ด้วย เพราะในงานจริงจะมีทั้ง iOS, Android และโน้ตบุ๊กที่ใช้งานพร้อมกัน บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่เซิร์ฟเวอร์ แต่อยู่ที่ความไม่เข้ากันของบราวเซอร์หรือระบบปฏิบัติการ การทำ dry run อย่างน้อยหนึ่งครั้งกับอุปกรณ์จริงที่จะใช้ในงานจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรข้ามเด็ดขาด

หลังงาน: โอกาสสุดท้ายในการพูดคุยกับผู้ร่วมงาน

ช่วงหลังงานคือการใช้ประโยชน์จากเวลาที่มีให้คุ้มค่าที่สุด เราแนะนำว่าคุณอย่าเพิ่งจบงานของตัวเองลงพร้อมๆ กันกับตัวอีเวนต์ เพราะที่จริงคุณสามารถทำอะไรได้มากกว่านั้นแม้ว่าผู้ร่วมงานคนสุดท้ายจะกลับบ้านไปแล้วก็ตาม ส่วนใหญ่จะเป็นเกี่ยวกับเป้าหมายด้านการตลาดครับ

9. ส่งอีเมล (หรือ SMS) หาทุกคน

โดยปกติแล้ว ผู้จัดงานอีเวนต์จะส่งอีเมลไปหาผู้ร่วมงานตามแอดเดรสที่ลงทะเบียไว้เพื่อทำการขอบคุณ แต่ใจปัจจุบันนักการตลาดใช้จังหวะตรงนี้ทำอะไรมากกว่านั้น เช่นการแนบแบบสอบถาม หรือบางทีก็มีของขวัญเล็กๆ น้อยๆ พ่วงไปด้วย

ในกรณีแบบนี้ คุณอาจจะใช้อีเมลขอบคุณในการแนะนำอีเวนต์อื่นๆ ที่กำลังจะมาถึง ชวนให้สมัครติดตามอีเมลจดหมายข่าวจากคุณ หรือแนะนำให้ลองเข้าไปดูรายละเอียดต่างๆ บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน เพื่อดึงให้คนเหล่านี้ยังอยู่กับเราต่อไปจนถึงงานครั้งหน้า เป็นต้น

10. ทำวิดีโอให้ชมย้อนหลัง

หรือ ถ้างานของคุณมีการถ่ายทอดสดให้ชมออนไลน์ผ่านเว็บไซต์/โซเชียลมีเดียด้วย คูณอาจจะนำวิดีโองานมาตัดต่อใหม่และอัปโหลดขึ้นไปให้ชมกันแบบ on-demand ย้อนหลัง วิธีนี้อาจจะช่วยให้สื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ได้มาร่วมในวันงานได้เพิ่มขึ้นด้วย หรืออาจจะใช้วิธีขอไลฟ์พรีเซนเทชันต่างๆ จากสปีกเกอร์ที่มาขึ้นพูดในงาน เพื่อนำมาแจกจ่ายให้ดาวน์โหลดกันฟรีๆ (แลกกับการรับจดหมายข่าวทางอีเมลหรืออะไรก็ว่าไป)

โซลูชันที่เราอยากแนะนำ

การจัดงานอีเวนต์แบบออนไซต์ที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบันต้องอาศัยทั้งการวางแผนที่ดี และ event technology ที่เหมาะสมในแต่ละช่วงของงาน ตั้งแต่ระบบลงทะเบียนออนไลน์ก่อนงาน ไปจนถึงเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลหลังงานจบ การลงทุนในเครื่องมือที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะช่วยประหยัดเวลา ลดความผิดพลาด และสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมงานได้อย่างแท้จริง

Happenn มีโซลูชันเทคโนโลยีสำหรับการจัดงานอีเวนต์ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่ระบบลงทะเบียน เช็กอินหน้างาน ไปจนถึง Business Matching และการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ร่วมงาน รองรับงานทุกขนาดและทุกรูปแบบ


 

ก่อนงาน:

 

ระหว่างงาน:

 

หลังงาน:

 

หรือติดต่อเรา 0905952898 หรือ แอดไลน์ ผ่านการกรอกแบบฟอร์มนี้เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม